[ESB] แฟคเกี่ยวกับไป๋หู่
posted on 25 May 2012 14:52 by ashuraoเอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
แฟคเกี่ยวกับตัวไป๋หู่ รวมถึงอดีตและเรื่องต่างๆ ที่ควรรู้ ตัวผปค.รู้แต่ลูกๆ ของพวกท่านไม่รู้นะครับ
-ไป๋หู่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองอาศัยอยู่ในหุบเขาคุนหลุนของประเทศจีน ชื่อว่า “เผ่าสมิงมายา”
-ชนเผ่านี้มีความสามารถพิเศษคือเข้ากับสัตว์ตระกูลแมวได้ดีเป็นพิเศษ
-กับพวกสัตว์ดุร้ายอย่างเสือ หรือสิงโต จะไม่ทำร้ายคนของชนเผ่านี้เพราะมีกลิ่นที่คล้ายคลึงกัน
-ตอนอายุสิบหกไป๋ได้ทำความผิดร้ายแรงอย่างหนึ่งเลยโดนขับออกจากเผ่า
-ตามความเชื่อของชนเผ่าที่ว่าชาวสมิงมายาทุกคนสืบสายเลือดมาจากเทพพยัคฆ์ขาวและสามารถแปลงเป็นเสือได้อย่างใจนึก
-แต่ในปัจจุบันไม่มีใครสามารถทำแบบนั้นได้อีกแล้ว เพียงไป๋หู่คนเดียวที่ผ่าเหล่าผ่ากอ ในคืนวันจันทร์เพ็ญซึ่งครบรอบวันเกิดของไป๋พอดี สายเลือดในตัวไหลย้อนทำให้เขาคุ้มคลั่ง และไล่ฆ่าเพื่อนร่วมเผ่าอย่างไร้ความปราณี เขาไม่เพียงแต่ฆ่าแต่ยังกัดกินเลือดเนื้อของเพื่อนร่วมเผ่าเข้าไปด้วยเหมือนถูกวิญญาณสัตว์ร้ายเข้าสิง
-รุ่งเช้าเมื่อไป๋รู้สึกตัว แม้เขาจะจำอะไรไม่ได้ แต่ทั้งมือที่เปื้อนเลือดและกลิ่นคาวรวมถึงรสฝาดของเลือดในปากก็ทำให้เขารู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป ผู้คนที่ยังรอดต่างโกรธแค้นและชิงชังเขาดั่งปีศาจร้าย ไป๋ถูกจับตัวและรอการลงทัณฑ์ที่สาสมนั่นคือชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต
-แต่ไป๋ก็รอดเพราะพ่อของเขาที่เป็นหัวหน้าเผ่า ไป๋ถูกขับออกจากเผ่าตลอดชีวิต ไม่สามารถกลับไปหาใครที่นั่นได้อีกแล้ว
-ไป๋ออกเดินทางด้วยจิตใจที่บอบช้ำไปด้วยบาดแผล ถึงกระนั้นเขายังต้องมีชีวิตต่อไป ระหว่างเดินทางก็แวะพักตามหมู่บ้านต่างๆ ไม่มีจุดหมายการเดินทางที่แน่ชัด และคืนโศกนาฏกรรมก็วนเวียนกลับมาซ้ำรอยเดิมราวกับเครื่องเล่นเทป ไป๋ฆ่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องไปอีกแล้ว แถมยังกินเลือดเนื้อของพวกเขาเข้าไปอีก
-ไป๋รู้สึกสิ้นหวังมากกับสิ่งที่เขาเป็น เลยเสาะหาสถานที่สำหรับฝั่งร่างของตัวเองลงใต้ผืนดิน ไป๋คิดจะฆ่าตัวตายนั่นเอง แต่มีคนมาหยุดไป๋ได้ในเสี้ยววินาทีนั้น นั่นก็คือ ชูโค
-ชูโค ชายที่บอกว่าตัวเองเป็นชนเผ่าสมิงมายาเหมือนกัน ได้มอบความหมายของการมีชีวิตให้กับไป๋อีกครั้ง และได้ฝึกสอนวิชาต่างๆ ให้ไป๋ รวมถึงวิธีควบคุมตัวเองในคืนพระจันทร์เต็ม
-ไป๋หู่อยู่ฝึกวิชากับชูโคนานเกือบปี และบททดสอบสุดท้ายคือการตกปลาจ้าวบึง ปลาที่ดุร้ายและมีขนาดใหญ่มากเกินกว่าจะสามารถตกได้ ครั้งแรกไป๋หู่ใช้เบ็ดธรรมดาในการตก แต่พอถึงเวลาที่เย่อสู้กับปลา เบ็ดก็หักเป็นสองท่อน ชูโคจึงมอบเบ็ดของตนเองให้ไป๋หู่ คันเบ็ดหัวพยัคฆ์สีดำเงางาม เมื่อรับมาก็หนักเสียจนต้องทิ้งลงพื้น ไป๋หู่พยายามยกเบ็ดขึ้นแต่ก็ไม่เขยื้อนเลยสักนิด ชูโคจึงได้พูดทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้ายามใดไป๋หู่สามารถยกเบ็ดขึ้นได้สำเร็จเขาก็จะตกปลาจ้าวบึงได้เอง ไป๋หู่ใช้เวลาในการยกเบ็ดคันนี้นานร่วมสามเดือน ฝึกทั้งร่างกายและจิตใจ จนในที่สุดก็ตกปลาจ้าวบึงได้สำเร็จ บททดสอบสุดท้ายเสร็จสิ้นและถึงเวลาแห่งการลาจาก ชูโคมอบเบ็ดคันนี้ให้ไป๋หู่เป็นที่ระลึก ทั้งสองคนแยกย้ายและไม่เคยได้มาพานพบกันอีกเลย
-ไป๋ออกเดินทางอีกครั้ง และครั้งนี้เขาได้เดินทางออกนอกประเทศจีน โบกมือลาบ้านเกิดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ และได้พบกับคิโคเมะที่อิตาลี เป็นการพบกันที่แปลกประหลาดเพราะทั้งคู่ทำงานให้กับแก๊งมาเฟียแก๊งหนึ่ง ซึ่งตอนเข้าแก๊งมาไป๋ก็บอกเรื่องความลับของเขาในคืนพระจันทร์เต็มดวงให้บอสทราบ
-บอสได้สั่งทำของบางอย่างให้กับไป๋ซึ่งถามความสมัครใจของไป๋แล้วว่ายอมรับได้ไหม ไป๋ยอมครับ ของที่ว่าคือปลอกคอล่ามโซ่เหล็ก ไป๋ไม่มั่นใจว่าเขาควบคุมตัวเองได้แค่ไหนเลยขอให้บอสล่ามเขาและขังไว้ในห้องที่ห่างไกลจากผู้คนในคืนจันทร์เต็มดวง
-คิโคเมะเป็นหนึ่งในผู้เฝ้าระวังไป๋ เป็นคนที่รู้ความลับเพียงไม่กี่คนที่บอสวางใจให้เธอทำ ตอนเธอได้ยินว่าต้องขังไป๋ไว้ในห้อง เธอไม่เห็นด้วยเหมือนกับสั่งขังนักโทษ แต่ตอนนั้นที่กำลังถกเถียงกับบอส ไป๋ก็คุ้มคลั่งไปซะแล้วและทำร้ายคิโคเมะจนเลือดอาบแขน เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งที่ไป๋เหมือนกับจะเรียกสติกลับคืนมาได้ ไป๋มองคิโคเมะที่เต็มไปด้วยบาดแผลอย่างหวาดกลัวก่อนจะวิ่งหนีไป
-เมื่อทำแผลเสร็จคิโคเมะก็ออกตามหาไป๋ ที่ที่เขาไปหลบก็คือบนต้นไม้นั่นเอง ไป๋เหมือนจะหวาดระแวงสายตาของคิโคเมะมาก เขากลัวถูกเกลียด กลัวถูกมองด้วยสายตาโกรธแค้น แต่คิโคเมะไม่ได้มองไป๋แบบนั้น เธอปีนขึ้นต้นไม้อย่างทุลักทุเลทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน และโอบกอดไป๋ที่นั่งร้องไห้ตัวสั่นเทาเอาไว้
-คิโคเมะพยายามที่จะช่วยไป๋ ช่วยออกมาจากความมืดที่กัดกินจิตใจของเขาอย่างเจ็บปวด เธอว่าแผลของเธอรักษาด้วยยาก็หายแล้ว พร้อมกับมองไป๋และกุมมือของเขา กุมให้ลึกไปถึงข้างใน คิโคเมะพูดกับไป๋คำหนึ่ง เป็นคำพูดเดียวที่เหมือนกับช่วยไป๋เอาไว้ได้ และทำให้ไป๋รักพี่หญิงคนนี้ยิ่งกว่าชีวิตของเขา
-หลังจากนั้นคิโคเมะก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเธอเองให้ไป๋ฟัง เรื่องในอดีตที่เธอคิดจะเก็บเป็นความลับเอาไว้โดยไม่บอกใคร และมันทำให้รู้ว่า ทั้งสองคนมีบาดแผลบาดลึกเหมือนๆ กัน
-เวลาไปไหนกับคิโคเมะ แม้จะรู้ว่าไปผิดทางไป๋ก็จะไม่ขัด เพราะถึงพูดไป เชื่อสิว่าคิโคเมะก็ไม่ไปตามทางที่บอกหรอก ดังนั้นไป๋เลยจะตามพี่หญิงของเขาไปเงียบๆ มีอะไรค่อยว่ากันทีหลัง เป็นการผจญภัยอย่างหนึ่งด้วย
-สองพี่น้องคู่นี้มีจุดที่เหมือนกันอยู่หลายอย่างนอกจากจะไม่ไว้ใจใครง่ายๆ แล้ว บางทีก็พูดหรือทำเรื่องโหดร้ายได้อย่างหน้าตาเฉย เพราะแบบนี้ถึงอยู่ด้วยกันได้สินะ?
-ไป๋ชอบยิ้ม ในขณะที่คิโคเมะไม่ค่อยยิ้ม แต่ไป๋ก็เข้าใจในตัวพี่หญิงนะ
-ไป๋จะไม่ค่อยเล่าเรื่องในอดีตให้ใครฟังเท่าไหร่ ก็ถ้าบรรยากาศไม่เป็นใจ หรือถ้าไป๋ชอบคนๆ นั้นมากๆ อาจได้ฟังเรื่องดีๆ ก็ได้นะ แต่ปฏิกิริยาหลังฟังจบนี่ว่ากันอีกที เพราะไป๋อ่อนไหวกับเรื่องนี้มาก นิดเดียวก็ไปแล้ว (ไม่ได้หมายถึงร้องไห้นะครับ)
-รูมเมทของไป๋ ต้องเป็นคิโคเมะเพียงคนเดียวเท่านั้นจริงๆ เพราะเป็นคนที่รู้ความลับของเขา และช่วยระวังภัยให้ได้ในคืนจันทร์เต็มดวง ไป๋ยังต้องอาศัยให้พี่หญิงช่วยล่ามปลอกคอกับโซ่ให้อยู่ถ้าเวลานั้นมาถึง
-ไป๋ทำเป็นทุกอย่างเพราะออกเดินทางด้วยตัวคนเดียวมาตลอด แต่เกลียดเรื่องยุ่งยาก เลยไม่ชอบทำ อย่างอาหารก็ทำเป็นแต่ไม่ทำ ตกปลามาได้ก็เอามาทาเกลือแล้วย่างเลย ไม่ผ่านการปรุงรสอะไรสักนิด
-ชอบกอดคิโคเมะ ยิ่งพี่หญิงยอมให้กอดก็กอดนัวเนียมาก ชอบให้ลูบหัวสุดๆ อ้อนเป็นบางเวลา
-ไป๋ก็เป็นเหมือนกับสัตว์ป่า เขามองออกว่าใครใจดีหรือเปล่า ไม่เพียงแค่เพราะคนนั้นเผื่อแผ่อาหารมาให้เท่านั้น ไป๋ไม่มองคนที่หน้าตาแต่มองที่จิตใจ แต่บางทีก็ต้องดูกันไปนานๆ ถึงจะรู้ว่าคนนั้นเป็นคนดีหรือเปล่า
-เห็นบางทีทำตัวติ๊งต๊องไม่เต็มบ้าง แต่ใช่ว่าเป็นคนอ่อนแอ เรื่องฝีมือการต่อสู้รับประกัน แค่เป็นคนที่อารมณ์อ่อนไหวง่ายแค่นั้นจริงๆ
-ไม่ชอบการใช้กำลังหรือความรุนแรง เพราะตัวเองก็เคยทำมาแล้วตอนที่บ้าคลั่งจึงไม่อยากทำร้ายใครอีก เพราะถ้าทำจะรู้สึกผิดมากเหมือนไปฆ่าใครมาเลย
ปล.เนื้อหาบางส่วนที่เกี่ยวกับคิโคเมะคือโรลกันมาเรียบร้อยแล้วครับ



